เปิดเวบเมื่อ 08/12/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 16/05/2555
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 1049








Ratika ศูนย์บริการธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจกาแฟ
จำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่วปลีก-ส่ง เครื่องชงกาแฟนำเข้าจากยุโรป 
อุปกรณ์และวัตถุดิบครบครัน

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> FRESH ROAST COFFEE กาแฟคั่วสดใหม่ >> Hom-Glai >> กาแฟคั่วพิเศษHom-Glai : Akha PhaHee09

กาแฟคั่วพิเศษHom-Glai : Akha PhaHee09 - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
กาแฟคั่วพิเศษHom-Glai : Akha PhaHee09

  Tell a Friend
กาแฟคั่วพิเศษHom-Glai : Akha PhaHee09 - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

กาแฟคั่วพิเศษHom-Glai : Akha PhaHee09 - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

กาแฟคั่วพิเศษHom-Glai : Akha PhaHee09 - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

กาแฟคั่วพิเศษHom-Glai : Akha PhaHee09 - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

กาแฟคั่วพิเศษHom-Glai : Akha PhaHee09 - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

กาแฟคั่วพิเศษHom-Glai : Akha PhaHee09

รหัสสินค้า: 000688
ราคา 200.00 บาท
รายละเอียด:

Hom-Glai : Akha PhaHee09

กาแฟพิเศษ Single origin จากชาวดอย เผ่าอาข่า หมู่บ้านผาฮี้ ดอยตุง

บรรจุถุง 250g

พิกัดทางภูมิศาสตร์ พิกัด - x, 0590552, พิกัด - y, 2247850 / NC898506

อู่ดู่ถ่องมะ(สวัสดี)น้อจ้อซะโดเมี๊ยหล่า(คุณสบายดีไหม)

  

แต่เดิมบ้านอาข่าผาฮี้ ได้อพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนา ประเทศจีน มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในรัฐฉานประเทศพม่า ต่อมาอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ตรงข้ามบ้านผาขาว (พม่า) ใกล้แนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า บริเวณดอยช้างมูบ จากนั้นได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ตรงข้ามบ้านนาแก ประเทศพม่า ใกล้ ๆ อำเภอแม่สาย ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่บ้านห้วยน้ำริน บริเวณจุดที่สร้างอนุสาวรีย์ พระนเรศวรมหาราชปัจจุบัน พอถึงปี พ.ศ. 2504 ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่บ้านอาข่าผาฮี้ปัจจุบัน โดยช่วงแรก ๆ ชาวบ้านจะเรียกกันว่าบ้านจะโคอาข่า โดยมีนายอาเพียว และนางอาบะ พรจรัสโชติ (เชอหมื่อกู่) เผ่าอู่โล้อาข่า เป็นผู้มาก่อตั้งหมู่บ้าน

 

อาข่า เป็นกลุ่มชนที่จัดอยู่ในเชื้อชาติธิเบต - พม่า เรียกตนเองว่า อาข่า แต่คนไทยและลาวมักเรียกชนเผ่านี้ว่า อีก้อหรือ ก้อหรือ ข่าก้อ ในขณะที่ชาวจีนและเวีนดนามเรียกชนเผ่านี้ว่า ฮานี

ภาษาของอาข่าจัดอยู่ในสาขา ยิหรือ โล-โล ที่แยกกลุ่มมาจากตระกูลพม่า - ธิเบต อาข่ามีต้นกำเนิดในมณฑลยูนนานของจีน (ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงตั้งถิ่นฐานกันอยู่) และค่อยๆ ทยอยกันอพยพลงใต้มาในระยะหลายศตวรรษ โดยในราวกลางคริสตวรรษที่ 19 มีอาข่าจำนวนมากเข้าไปอาศัยอยู่ในแคว้นเกงตุง ซึ่งเป็นชายแดนตะวันออกของรัฐฉานของพม่า ปัจจุบันนี้มีอยู่กว่า 180,000 คน บางส่วนอพยพเข้าไปอยู่ในประเทศลาว และเวียดนาม ส่วนชาวอาข่าที่อยู่ในไทยเป็นกลุ่มที่อพยพมาจากประเทศพม่า โดยหมู่บ้านอาข่าแห่งแรกในประเทศไทยตั้งขึ้นในราวปี พ.ศ. 2446 บริเวณหินแตกใกล้ชายแดนพม่า และได้เริ่มมีชาวอาข่าอพยพเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากราว 2,500 คนหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2507 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดในปี 2545 สำรวจพบว่ามีจำนวนประชากรอาข่าในประเทศไทยทั้งสิ้น 68,653 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 7.43 จากจำนวนประชากรชาวเขาของประเทศไทย แบ่งเป็นชาย 20,948 คน เป็นหญิง 21,876 คน และเด็กอีก 25,829 คน โดยจะกระจายตัวอยู่ในบริเวณ 7 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก เพชรบูรณ์ แพร่ ลำปาง และพะเยา พบมากที่สุดในจังหวัดเชียงราย (59,782 คน)

ชาวอาข่ามักจะตั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยบริเวณไหล่เขาที่ระดับความสูงประมาณ 1,200 เมตร ใกล้แหล่งน้ำ และเป็นพื้นที่ซึ่งมีทางเข้าถึงได้หลายทาง การสร้างหมู่บ้านของอาข่ามักไม่ใหญ่โต มีลักษณะการอยู่รวมกันประมาณ 10 - 30 หลังคาเรือน สูงสุดไม่เกิน 50 หลังคาเรือน

การดำเนินชีวิตในปัจจุบันมักทำการเกษตร และทำไร่ ชาวอาข่ามักทำงานหนักและใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในไร่หรือพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่าอยู่กับครอบครัว ผู้หญิงชาวอาข่าสามารถทำงานหนักได้เท่าเทียมผู้ชาย และสามารถทำงานในไร่ในขณะที่แบกลูกน้อยไว้บนหลังไปด้วยได้ ในปัจจุบันชาวอาข่าได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ และป่า เพื่อทำการเกษตรแนวใหม่ อาทิ การทำระบบการเกษตรผสมผสานอย่างยั่งยืน การปลูกพืชหลายระดับ การขุดนาขั้นบันได การปลูกพืชแนวระดับเพื่อป้องกันหน้าดินพังทลาย การปลูกพืชหมุนเวียน การจัดทำระบบฝายอย่างง่าย การขุดร่องน้ำและทำท่อส่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร รวมถึงการบวชป่าชุมชน การปลูกป่าใช้สอย ป่าถาวร และการป้องกันไฟป่า